ทีโอทีเผย 9เดือนแรกปี 52 ฟันกำไรกว่า 800ล้านบาท
posted on 29 Oct 2009 09:17 by beginner
ปี 2552 ผลประกอบการ 9 เดือนแรกรายได้ทรุด-รายจ่ายลด ดันกำไรพุ่ง 811
ล้านบาท แม้ว่ารายได้จะลดลง
ขณะที่รายได้ที่เพิ่มมาจากธุรกิจบรอดแบนด์-บริการโทรทางไกลระหว่างปท....
นาย ระเฑียร ศรีมงคล โฆษกคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเตรียมเปิดให้บริการ 3 จี เฟสแรกในวันที่ 3 ธ.ค.2552 ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนฟื้นฟูกิจการ หรือเทิร์นอะราวด์ของ ทีโอที ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่ารายได้ที่จะเกิดขึ้น ไม่สามารถชดเชยกับรายได้สัมปทานที่จะสูญเสียไป 2-3 หมื่นล้านบาทต่อปี หลังจากเอกชนคู่สัญญาสัมปทานได้ใบอนุญาต หรือไลเซ่นส์ 3 จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช.
โฆษก บอ์ดทีโอที กล่าวต่อว่า ต้องมุ่งเน้นการทำธุรกิจหลายรูปแบบร่วมกัน โดยเฉพาะธุรกิจที่มีความเป็นไปได้สูงอย่าง อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง หรือบรอดแบนด์ จากปัจจุบันที่มีฐานลูกค้าจำนวน 8.9 แสนพอร์ต และตั้งเป้าหมายสิ้นปี 2552 อยู่ที่ 1 ล้านพอร์ต อย่างไรก็ตาม ในอนาคตการให้บริการดังกล่าวจะสามารถเชื่อมโยงกันได้ทั้งกับโทรศัพท์พื้นฐาน หรือฟิกซ์ไลน์ ที่มีฐานลูกค้าอยู่ 3 ล้านเลขหมาย และธุรกิจโทรศัพท์มือถือ 3 จีอย่างแน่นอน
นายระเฑียร กล่าวต่อว่า ความคืบหน้าโครงการ 3 จี เฟสแรก ขณะนี้ดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ไปแล้วกว่า 90% และมีผู้สนใจเช่าใช้โครงข่าย หรือเอ็มวีเอ็นโอ เพื่อทำตลาด 3 จี แล้วจำนวน 5 ราย โดยคาดการณ์ว่าจะได้ข้อสรุปวันที่ 12 พ.ย.2552
โฆษก บอ์ดทีโอที กล่าวด้วยว่า ผลการดำเนินงานช่วง 9 เดือนแรกปี 2552 ที่ผ่านมา ทีโอทีมีรายได้รวม 52,691 ล้านบาท ลดลง 988 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปี 2551 ที่ผ่านมาเป็นรายได้สัมปทาน 15,901 ล้านบาท ลดลง 964 ล้านบาท จากปี 2551 อยู่ที่ 16,865 ล้านบาท ผลจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว แต่บริษัทมีรายจ่ายที่ 47,599 ล้านบาท ลดลง 1,800 ล้านบาท ทำให้บริษัทมีกำไรรวม 5,092 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 811 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รายได้ทีโอทีลดลงเกือบทุกธุรกิจ โดยเฉพาะจากบริการโทรศัพท์สาธารณะ และโทรศัพท์พื้นฐาน ส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากธุรกิจบรอดแบนด์ และบริการโทรทางไกลระหว่างประเทศ
นาย ระเฑียร ศรีมงคล โฆษกคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเตรียมเปิดให้บริการ 3 จี เฟสแรกในวันที่ 3 ธ.ค.2552 ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนฟื้นฟูกิจการ หรือเทิร์นอะราวด์ของ ทีโอที ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่ารายได้ที่จะเกิดขึ้น ไม่สามารถชดเชยกับรายได้สัมปทานที่จะสูญเสียไป 2-3 หมื่นล้านบาทต่อปี หลังจากเอกชนคู่สัญญาสัมปทานได้ใบอนุญาต หรือไลเซ่นส์ 3 จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช.
โฆษก บอ์ดทีโอที กล่าวต่อว่า ต้องมุ่งเน้นการทำธุรกิจหลายรูปแบบร่วมกัน โดยเฉพาะธุรกิจที่มีความเป็นไปได้สูงอย่าง อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง หรือบรอดแบนด์ จากปัจจุบันที่มีฐานลูกค้าจำนวน 8.9 แสนพอร์ต และตั้งเป้าหมายสิ้นปี 2552 อยู่ที่ 1 ล้านพอร์ต อย่างไรก็ตาม ในอนาคตการให้บริการดังกล่าวจะสามารถเชื่อมโยงกันได้ทั้งกับโทรศัพท์พื้นฐาน หรือฟิกซ์ไลน์ ที่มีฐานลูกค้าอยู่ 3 ล้านเลขหมาย และธุรกิจโทรศัพท์มือถือ 3 จีอย่างแน่นอน
นายระเฑียร กล่าวต่อว่า ความคืบหน้าโครงการ 3 จี เฟสแรก ขณะนี้ดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์ไปแล้วกว่า 90% และมีผู้สนใจเช่าใช้โครงข่าย หรือเอ็มวีเอ็นโอ เพื่อทำตลาด 3 จี แล้วจำนวน 5 ราย โดยคาดการณ์ว่าจะได้ข้อสรุปวันที่ 12 พ.ย.2552
โฆษก บอ์ดทีโอที กล่าวด้วยว่า ผลการดำเนินงานช่วง 9 เดือนแรกปี 2552 ที่ผ่านมา ทีโอทีมีรายได้รวม 52,691 ล้านบาท ลดลง 988 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปี 2551 ที่ผ่านมาเป็นรายได้สัมปทาน 15,901 ล้านบาท ลดลง 964 ล้านบาท จากปี 2551 อยู่ที่ 16,865 ล้านบาท ผลจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว แต่บริษัทมีรายจ่ายที่ 47,599 ล้านบาท ลดลง 1,800 ล้านบาท ทำให้บริษัทมีกำไรรวม 5,092 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 811 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รายได้ทีโอทีลดลงเกือบทุกธุรกิจ โดยเฉพาะจากบริการโทรศัพท์สาธารณะ และโทรศัพท์พื้นฐาน ส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากธุรกิจบรอดแบนด์ และบริการโทรทางไกลระหว่างประเทศ